<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://utt.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://utt.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[พระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://utt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://utt.onab.go.th/cms/s27/u329/รูปวัด/1549282181_43326.jpg" style="width: 600px; height: 400px;" /></p>

<p><strong><span style="color:#8b4513;"><span style="font-size:28px;"><span style="background-color:#ffffe0;">วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง</span></span></span></strong><br />
<span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="font-size:24px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เดิมชื่อ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ที่บนเนินเขาเต่า บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง ติดกับวัดพระยืนพุทธบาทยุคล ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกบนเนินเขาลูกเดียวกันแต่คนละยอด เป็นวัดโบราณไม่ปรากฏหลักฐานว่าผู้ใดสร้าง และสร้างแต่เมื่อใดทางราชการได้นำพระแท่นศิลาอาสน์ไปประดิษฐานไว้ในตราประจำจังหวัดอุตรดิตถ์แสดงถึงความศรัทธาเลื่อมใสและความสำคัญขององค์พระแท่นศิลาอาสน์ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี สังกัดธรรมยุตินิกาย เมื่อปี พ.ศ. 2549 พระแท่นศิลาอาสน์เป็นพุทธเจดีย์ เช่นเดียวกับ พระแท่นดงรัง เป็นที่เชื่อกันมาแต่โบราณว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งห้าพระองค์ในภัทรกัปนี้ ได้เสด็จและจะได้เสด็จมาประทับนั่งบนพระแท่นแห่งนี้ เพื่อเจริญภาวนา และได้ประทับยับยั้งในเวลาที่ตรัสรู้แล้วเพื่อโปรดสัตว์ซึ่งแสดงว่าพระแท่นศิลาอาสน์นี้มีประวัติความเป็นมาอย่างต่อเนื่องในพระพุทธศาสนามายาวนาน&nbsp;ตัวพระแท่นเป็นศิลาแลงมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 8 ฟุต ยาวประมาณ 10 ฟุต สูง 3 ฟุต ที่ฐานพระแท่นประดับด้วยลายกลีบบัวโดยรอบมีพระมณฑปศิลปะเชียงแสนครอบอยู่ภายในพระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่านายช่างที่สร้างวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระฝาง และวัดสุทัศน์ เป็นนายช่างคนเดียวกัน บานประตูเก่าของพระวิหารเป็นไม้แกะสลักฝีมือดีแกะไม้ออกมาเด่นเป็นลายซ้อนกันหลายชั้น แม่ลายเป็นก้านขดปลายเป็นรูปภาพต่าง ๆเป็นลายเดียวกับลายบานมุขที่วิหารพระพุทธชินราช อาจสร้างแต่ครั้งพระเจ้าติโลกราชกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรล้านนาเคียงคู่กับสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาพระเจ้าบรมโกศมีพระราชศรัทธาให้ทำประตูมุขตามลายเดิมถวายแทนแล้วโปรดให้เอาบานเดิมนั้นไปใช้เป็นบานวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ประตูวิหารเก่าบานดังกล่าวได้ถูกไฟไหม้ไปเมื่อ วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2451 เป็นไฟป่าลุกลามไหม้เข้ามาถึงวัด ไฟไหม้ครั้งนั้นเหลือกุฏิซึ่งประดิษฐานหลวงพ่อธรรมจักรอยู่เพียงหลังเดียว ต่อมาพระยาวโรดมภักดีศรีอุตรดิตถ์นคร (อั้น หงษนันท์) เจ้าเมืองอุตรดิตถ์ได้เรี่ยไรเงินสร้างและซ่อมแซมวิหาร ภายในวิหารมีซุ้มมณฑปครอบพระแท่นศิลาอาสน์ไว้ภายในบริเวณวัดมี&ldquo;พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น&rdquo; ริเริ่มโดยพระเฉลิมศิลป์ ชยเปาโล ด้านหน้ามีไม้ดอกไม้ประดับสวนสมุนไพรและรถพิพิธภัณฑ์เคลื่อนที่ดัดแปลงรถกระบะตกแต่งดึงดูดความสนใจจากผู้ที่ผ่านไปมา ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ (เดิมเป็นศาลาการเปรียญเก่า) ตกแต่งแบบล้านนาชั้นล่างมีการจัดแสดงภาพเขียน ภาพถ่ายในอดีตของวัดพระแท่นศิลาอาสน์ ชุดและผ้าไทยโบราณ และมีจำหน่ายสินค้าจากชุมชนชั้นสองมีการจัดแสดงพระพุทธรูปเก่าแก่ พระพุทธรูปที่แกะสลักจากไม้ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในชุมชนเช่น เครื่องมือจับสัตว์น้ำแบบโบราณ อุปกรณ์เครื่องครัว ถ้วย ชาม หม้อ ไห มีด เครื่องจักสาน อุปกรณ์ทำมาหากิน และการละเล่นต่าง ๆ</span></span></p>

<p><span style="color:#800080;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="font-size:24px;"><span style="background-color:#e6e6fa;">เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.</span></span></span></span></p>

<p><span style="color:#800080;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="font-size:24px;"><span style="background-color:#e6e6fa;">ที่อยู่ : วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์&nbsp;53210&nbsp; </span></span></span></span><span style="color:#800080;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="font-size:24px;"><span style="background-color:#e6e6fa;">เบอร์ติดต่อ : 0 5545 3527</span></span></span></span></p>

<p><span style="color:#800080;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><span style="font-size:24px;"><span style="background-color:#e6e6fa;">สำหรับงานพระแท่นศิลาอาสน์ จะถูกจัดขึ้น ทุกวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หรือ ตรงกับวันมาฆบูชา เป็นประจำทุกปี</span></span></span></span></p>

<p><iframe allowfullscreen="" height="450" loading="lazy" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d1599.0104599027877!2d100.04362432413791!3d17.59754716382876!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30df257c4e403be5%3A0x333417749113349b!2z4Lin4Lix4LiU4Lie4Lij4Liw4LmB4LiX4LmI4LiZ4Lio4Li04Lil4Liy4Lit4Liy4Liq4LiZ4LmM!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1648105637703!5m2!1sth!2sth" style="border:0;" width="600"></iframe></p>

<p><span style="font-size:28px;">ที่มา :&nbsp;<a href="https://uttaradit.mots.go.th/news_view.php?nid=400">สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดอุตรดิตถ์</a></span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><a href="https://thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/5447">thailandtourismdirectory.go.th</a></span></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://utt.onab.go.th/th/file/get/file/202203241cfe084d248dff868c4a6fc5fba592ad135517.jpg' type='image/jpg' length='139062' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง]]></title>
<link>https://utt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#800000;"><span style="font-size:28px;"><strong><span style="background-color:#ffffe0;">วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง</span></strong><span style="background-color:#ffffe0;">&nbsp;</span></span></span></p>

<p><strong>วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง</strong>&nbsp;ตั้งอยู่ในตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ห่างจากตัวจังหวัดอุตรดิตถ์ 5 กิโลเมตร เป็นวัดสำคัญประจำเมืองทุ่งยั้ง ซึ่งเมืองทุ่งยั้งในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยติดต่อกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย</p>

<p><strong>ประวัติความเป็นมา</strong><br />
การสร้างพระบรมธาตุ กล่าวว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท ผู้ครองเมืองสุโขทัย ได้เชิญพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาบรรจุไว้ในถ้ำใต้ดินโดยขุดลงไปเป็นถ้ำแล้วก่อพระธาตุไว้ โดยลักษณะเดิมของพระบรมธาตุเมืองทุ่งยั้งคงเป็นรูปเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์ แต่ต่อมามีการบูรณะเพิ่มเติมโดยพญาตะก่า พ่อค้าไม้ชาวพม่าในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2544 เป็นลักษณะเจดีย์อย่างพม่า จนใน พ.ศ. 2451 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทำให้ยอดพระบรมธาตุเจดีย์หักพังลงมาหลวงพ่อแก้ว สมภารวัดพระบรมธาตุในขณะนั้น ได้เป็นหัวหน้าปฏิสังขรณ์ซ่อมเพิ่มเติม ดังรูปแบบที่ปรากฎในปัจจุบัน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DSC00316-800x533.jpg" /></p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DSC00307-800x533.jpg" /></p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DSC00312-800x533.jpg" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>ภายในวัดมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญ คือ</strong></p>

<p><strong>เจดีย์พระบรมธาตุ</strong><br />
ชาวบ้านนิยมเรียกว่า พระบรมธาตุทุ่งยั้ง เป็นเจดีย์เก่าแก่แบบลังกาทรงกลมฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยม 3 ชั้น ฐานล่างมีเจดีย์องค์เล็กๆ เป็นบริวารอยู่ 4 มุม ฐานชั้นที่ 3 มีซุ้มคูหา 4 ด้าน สันนิษฐานว่าได้บูรณะขึ้นภายหลัง เชื่อกันว่าบรรจุพระพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เรียกว่า อุรังคธาตุ คืออัฐิส่วนหน้าอก</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DSC00314-800x533.jpg" /></p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DEW_0081-800x533.jpg" /></p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DSC00320-800x533.jpg" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong>วิหารหลวง</strong><br />
มีอายุเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาก่อด้วยศิลาแลงและอิฐ หลังคาลดหลั่น 3 ชั้น หน้าบันแกะสลักลงรักปิดทองสวยงามมาก ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานหลวงหลวงพ่อหลักเมือง หรือหลวงพ่อโต องค์พระประธานประดิษฐานในพระวิหารหลวง ชาวบ้านนิยมเรียกชื่อหลวงพ่อหลักเมืองว่าหลวงพ่อประธานเฒ่า หลวงพ่อหลักเมือ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของประชาชน เพราะได้รับสิ่งพึงปรารถนาตามอธิษฐาน</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DEW_0078-800x533.jpg" /></p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DEW_0080-800x533.jpg" /></p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DSC00295-800x533.jpg" /></p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DSC00292-800x533.jpg" /></p>

<p><strong>เจดีย์ประธาน</strong><br />
เป็นเจดีย์ทรงระฆัง ลักษณะฐานแบบเขียงซ้อนกัน 3 ชั้นลดหลั่นกันไป ชั้นล่างก่อด้วยศิลาแลง ทั้ง 4 มุมมีเจดีย์ขนาดเล็กทรงระฆังอยู่ตรงกลาง เรือนธาตุของเจดีย์ทั้ง 4 ด้านประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนอยู่ภายในซุ้มจรนำ</p>

<p><strong>พระพุทธรูปปางปรินิพพาน</strong></p>

<p>ตั้งอยู่ด้านข้างของพระวิหารหลวง เป็นปกติเวลาสร้างพระพุทธรูปปางนี้มักจะสร้างเฉพาะองค์พระพุทธรูป สำหรับที่วัดพระบรมธาตุ (ทุ่งยั้ง) สร้างเหล่าสาวกที่มาชุมนุมกันในวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานด้วย</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><img alt="วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง " src="https://www.paiduaykan.com/travel/wp-content/uploads/2018/07/DSC00325-800x533.jpg" /></p>

<p><strong>การเดินทาง</strong></p>

<p>วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง ตั้งอยู่ที่หมู่ 3 บ้านทุ่งยั้ง ตำบลทุ่งยั้ง จากตัวเมืออุตรดิตถ์ไปตามทางหลวงหมายเลข 102 ประมาณ 3 กม. จะมองเห็นวัดอยู่ทางซ้ายมือ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><iframe allowfullscreen="" height="450" loading="lazy" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3803.054584458089!2d100.05351721496669!3d17.60014270126647!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30df25604eee41e7%3A0x4aed7d6d1bb95278!2z4Lin4Lix4LiU4Lie4Lij4Liw4Lia4Lij4Lih4LiY4Liy4LiV4Li4ICjguJfguLjguYjguIfguKLguLHguYnguIcp!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1648107104006!5m2!1sth!2sth" style="border:0;" width="600"></iframe></p>

<p><span style="font-size:28px;"><strong>ที่มา</strong></span>&nbsp;<span style="font-size:28px;"><a href="https://www.paiduaykan.com/travel/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87" target="_blank">https://www.paiduaykan.com/travel/วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง</a></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://utt.onab.go.th/th/file/get/file/20220324d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e143620.jpg' type='image/jpg' length='8144' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดคลองโพธิ์ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://utt.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/648</link>
<guid isPermaLink="false">a1c2fe5565b5853ddaea85044918445c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://utt.onab.go.th/cms/s27/u329/รูปวัด/ซุ้มประตูวัดคลองโพธิ์.jpg" style="width: 252px; height: 200px;" /></p>

<p><strong><span style="color:#a52a2a;"><span style="font-size:28px;"><span style="background-color:#ffffe0;">วัดคลองโพธิ์ พระอารามหลวง</span></span></span></strong></p>

<p><b>วัดคลองโพธิ์</b>&nbsp;เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;วัดคลองโพธิ์ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์&nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ปัจจุบันวัดคลองโพธิ์เป็นวัดจำพรรษาของเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ และมีสำนักเรียนพระปริยัติธรรมซึ่งถือได้ว่า&nbsp;<b>เป็นสำนักเรียนของคณะสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ในเขตปกครองคณะสงฆ์หนเหนือ</b>&nbsp;มีการศึกษาทั้งแผนกนักธรรม&nbsp;แผนกบาลี&nbsp;โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ และโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์</p>

<h2><strong>ประวัติ</strong></h2>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;"><b>วัดคลองโพธิ์</b>&nbsp;ในที่ตั้งปัจจุบันนี้ เป็นวัดที่ย้ายขึ้นมาสร้างใหม่ เพราะตัววัดเดิมนั้นสร้างติดอยู่ที่ฝั่งคลองโพ ด้านตะวันออกติดกับแม่น้ำน่านในปัจจุบัน เดิมนั้นชื่อว่า &ldquo;วัดป่าข่อย&rdquo; ไม่มีโบสถ์&nbsp;เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด สืบถามคนเก่าแก่ที่มีอายุมาก ก็พอจะทราบว่าเมื่อเกิดมาก็เห็นวัดอยู่ในสภาพนี้แล้ว ต่อมาวัดได้ถูกภัยธรรมชาติน้ำซัดตลิ่งพังลงมาเรื่อย ๆ นานเข้าก็ถึงกุฏิและศาลาการเปรียญ&nbsp;ท่านเจ้าอาวาสในสมัยนั้นคือท่านอุปัชฌาย์เรือง จึงได้ย้ายวัดป่าข่อยมาสร้างใหม่ทางด้านตะวันตกของวัดเก่า เพียงแต่มีข้ามคลอง (คลองโพ) ห่างจากแม่น้ำน่านประมาณ 2&nbsp;เส้น&nbsp;ประชาชนมักนิยมเรียกวัดที่ย้ายมาสร้างใหม่นี้ว่า &ldquo;วัดใหม่&rdquo;</span></span></p>

<h3><strong><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">ความเป็นมาชื่อ &quot;วัดคลองโพธิ์&quot;</span></span></strong></h3>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">ต่อมาประมาณปี&nbsp;พ.ศ. 2462&nbsp;สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส&nbsp;เสด็จตรวจการคณะสงฆ์หนเหนือ&nbsp;ในขณะที่เสด็จตรวจการจังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;ได้จอดเรือพระประเทียบประทับแรมริมฝั่งแม่น้ำน่านหน้าวัดใหม่ ซึ่งเป็นท่าข้ามไปมาระหว่างฝั่งแม่น้ำ มีตามคำบอกเล่าของคนเก่าคนแก่ว่า ในครั้งนั้นคณะสงฆ์ร่วมกับคณะอุบาสกอุบาสิกา&nbsp;ได้มารอรับเสด็จที่หน้าวัดจำนวนมาก และได้สร้างปะรำพิธีรับเสด็จที่ริมฝั่งแม่น้ำน่านหน้าวัดใหม่นั่นเอง</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">เมื่อพระองค์ประทานโอวาทแก่คณะสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาที่มารอรับเสด็จแล้วมีรับสั่งกับเจ้าอาวาสวัดใหม่นั้นว่า &quot;วัดนี้ชื่ออะไร มีพระภิกษุสามเณรกี่รูป และมีการศึกษาพระปริยัติหรือไม่&quot; ท่านเจ้าอาวาสได้กราบทูลตามความเป็นจริงทุกประการ และพระองค์ได้ทรงถามคลองที่ผ่านหน้าวัดว่าชื่ออะไร ท่านเจ้าอาวาสจึงกราบทูลชื่อ &ldquo;คลองโพ&rdquo; พระองค์จึงรับสั่งว่า ถ้าอย่างนั้นวัดนี้ก็ควรจะชื่อว่า &ldquo;วัดคลองโพธิ์&rdquo;</span></span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">วัดใหม่จึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น&nbsp;<b>วัดคลองโพธิ์</b>&nbsp;จนมาถึงปัจจุบันนี้</span></span></p>

<h3><strong><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">พระอารามหลวงชั้นตรี</span></span></strong></h3>

<p><span style="font-size:24px;"><span style="font-family:THSarabunNew;">ต่อมาวัดคลองโพธิ์ได้รับการสถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ นับแต่วันที่&nbsp;17 มีนาคม&nbsp;พ.ศ. 2530&nbsp;กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศเมื่อวันที่&nbsp;17 เมษายน&nbsp;พ.ศ. 2530</span></span></p>

<p><iframe allowfullscreen="" height="450" loading="lazy" src="https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3802.7710890780377!2d100.0943698151514!3d17.613601700876757!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x30df3011a46979ed%3A0x4a86e31a6fd2d146!2z4Lin4Lix4LiU4LiE4Lil4Lit4LiH4LmC4Lie4LiY4Li04LmMIOC4nuC4o-C4sOC4reC4suC4o-C4suC4oeC4q-C4peC4p-C4hw!5e0!3m2!1sth!2sth!4v1648106161695!5m2!1sth!2sth" style="border:0;" width="600"></iframe></p>

<p><span style="font-size:28px;"><strong>ที่มา :&nbsp;<a href="https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C_(%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%96%E0%B9%8C)" target="_blank">https://th.wikipedia.org/wiki/วัดคลองโพธ์</a></strong></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://utt.onab.go.th/th/file/get/file/20220324d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e142128.jpg' type='image/jpg' length='14863' />
</item>
</channel>
</rss>
