Get Adobe Flash player

จำนวนวัดจังหวัดอุตรดิตถ์ ปี ๒๕๕๗

ที่

อำเภอ

สำนักสงฆ์

วิสุงคามสีมา

รวม

สำนักสงฆ์
วิสุงคามสีมา รวม รวมทั้งสิ้น ที่พักสงฆ์

เมืองอุตรดิตถ์ ๑๗ ๖๓ ๘๐ ๘๑ ๑๗

ตรอน ๒๒ ๒๙
๓๐

ลับแล ๓๓ ๓๙
๔๐

พิชัย ๑๐ ๔๓ ๕๓ ๕๔

ทองแสนขัน ๑๔ ๑๑ ๒๕ - ๒๕

ท่าปลา ๑๘ ๒๐ ๓๘ - ๓๘ ๒๑

น้ำปาด ๑๖ ๑๒ ๒๙ - ๒๙ ๒๐

ฟากท่า ๑๓ ๑๑ ๒๔ - ๒๔

บ้านโคก -
๒๑
รวม ๑๐๖ ๒๑๙ ๓๒๕
๓๒๙ ๑๐๓

ดาวน์โหลด จำนวนวัดทั้งหมดในจังหวัดอุตรดิตถ์ประจำปี ๒๕๕๗

 

วัดพระอารามหลวงในจังหวัดอุตรดิตถ์ มี ๒  แห่ง  คือ
๑. วัดคลองโพิธ์ พระอารามหลวง  ต.ท่าอิฐ  อ.เมืองอุตรดิตถ์  จ.อุตรดิตถ์  (วัดเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ มหานิกาย)
๒. วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง  ต.ทุ่งยั้ง  อ.ลับแล  จ.อุตรดิตถ์ (วัดเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ - พิษณุโลก  ธรรมยุต)

วัดทางคณะสงฆ์
วัดมีสองอย่าง  คือ  วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาและสำนักสงฆ์  ให้วัดมีฐานะเป็นนิติบุคคลและเจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไป  ได้กำหนดการสร้าง  การตั้ง  การรวม  การย้าย  การยุบเลิกวัดและการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา  ให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงในกรณียุบเลิกวัด  ทรัพย์สินของวัดที่ถูกยุบเลิกให้ตกเป็นศาสนสมบัติกลาง วัดมี ๒ อย่าง คือ 
๑. สํานักสงฆ์ คือวัดที่กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งวัดแล้ว แต่ยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา รวมถึงวัดที่ได้รับพระบรมราชานุญาตตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองสงฆ์ ร.ศ. ๑๒๑ และวัดที่สร้างขึ้นก่อน ร.ศ. ๑๒๑ (พ.ศ. ๒๔๔๕) ซึ่งยังไม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาด้วย  นับว่าเป็นวัดที่สมบูรณ์ทางกฏหมาย 
๒. วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา หมายถึง “อาราม” ตามที่ได้เคยบัญญัติไว้ใน  พระราชบัญญัติลักษณะปกครองสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑  เป็นวัดที่เลื่อนฐานะมาจากสํานักสงฆ์  โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา  เพื่อประโยชน์แก่สังฆกรรมตามพระธรรมวินัยสําหรับพระสงฆ์  นับว่าเป็นวัดที่สมบูรณ์ด้วยฐานะทั้งทางกฎหมายและทางพระธรรมวินัยทุกประการ

มหานิกาย เป็นคำเรียกนิกาย หรือคณะของพระสงฆ์ไทยสายเถรวาทลัทธิลังกาวงศ์ซึ่งเป็นพระสงฆ์ส่วนใหญ่ในประเทศไทย เป็นฝ่ายคันถธุระ
ธรรมยุติกนิกาย เป็นนิกายหนึ่งของพระสงฆ์ในประเทศไทย เป็นฝ่ายวิปัสสนาธุระ
ตั้งขึ้นโดยพระวชิรญาณเถระ (เจ้าฟ้ามงกุฏ : พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ขณะดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้ามงกุฏ) ขณะที่ผนวชอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีได้ทรงศรัทธาเลื่อมใสในจริยาวัตรของพระมอญ ชื่อ ซาย ฉายา พุทฺธวํโส จึงได้ทรงอุปสมบทใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๒ ได้ตั้งคณะธรรมยุติขึ้นในปี พ.ศ. ๒๓๗๖ แล้วเสด็จมาประทับที่วัดบวรนิเวศวิหารและตั้งเป็นศูนย์กลางของคณะธรรมยุติ และใน รัชกาลที่ ๕ พ.ศ. ๒๔๔๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการ ให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติลักษณะการปกครองคณะสงฆ์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พระราชบัญญัติฉบับนี้มีชื่อว่า “พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ร.ศ.๑๒๑” มีสาระสำคัญคือได้ยกสถานะคณะธรรมยุติ ให้ถูกต้องตามกฎหมาย